สอน.ชี้กองทุนอ้อยน้ำตาลเหลือสภาพคล่อง 4,000 ล้านบาท รับมือวิกฤตไม่พอ
นักยุทธศาสตร์ สอน. เตือนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยเจอโจทย์หนักทั้งเงินทุน กฎหมาย และการค้าโลก แม้ราคาน้ำตาลมีแนวโน้มสูงจากซูเปอร์เอลนีโญ แต่ไทยอาจได้ประโยชน์ไม่เต็มที่

สิ่งที่ต้องรู้
- กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายมีสภาพคล่องเหลือ 4,000 ล้านบาท
- กฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐเป็นอุปสรรคต่อการสนับสนุน
- ซูเปอร์เอลนีโญอาจดันราคาน้ำตาลโลกขึ้นใน 2 ปีข้างหน้า
ธวัช หะหมาน ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ระบุว่า ภาคอ้อยและน้ำตาลของไทยกำลังเข้าสู่ช่วงที่ความเสี่ยงมาจากหลายทางพร้อมกัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาตลาดโลกเพียงอย่างเดียว ตามรายงานของ Bangkok Biz News
จุดที่ต้องจับตาคือสถานะเงินของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งเหลือสภาพคล่องราว 4,000 ล้านบาทเท่านั้น ระดับดังกล่าวไม่เพียงพอจะรองรับความเดือดร้อนของชาวไร่หากเกิดวิกฤต ขณะที่ข้อกำหนดในกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ยังเป็นอุปสรรคต่อการสนับสนุนจากภาครัฐ
ด้านแนวโน้มตลาด มีการคาดการณ์ว่าภายใน 2 ปีข้างหน้า ราคาน้ำตาลโลกอาจปรับขึ้น จากซูเปอร์เอลนีโญที่สร้างแรงกดดันต่อผู้ส่งออกรายใหญ่ ทั้งไทย อินเดีย และออสเตรเลีย จนอุปทานตึงตัว อย่างไรก็ดี ไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกอันดับ 2 ของโลกอาจคว้าประโยชน์จากรอบราคาขาขึ้นได้ไม่เต็มที่ หากปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศยังไม่คลี่คลาย
นอกจากเรื่องการเงินแล้ว ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมของต่างประเทศและการแข่งขันทางการค้าที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งอยู่นอกเหนือปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์
ภาพรวมจึงชี้ว่าหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ข้อจำกัดทั้งทางการเงินและกฎหมาย เพื่อให้ไทยคงสถานะผู้ส่งออกน้ำตาลรายสำคัญของโลกต่อไปได้
แหล่งข่าวที่ใช้เรียบเรียง
ข่าวนี้เรียบเรียงใหม่จากรายงานของสำนักข่าวข้างต้น คลิกเพื่ออ่านต้นฉบับ · วิธีที่เราทำข่าว


























ความคิดเห็น