วัส ติงสมิตร ตั้งคำถามแนวทางคุม 35 กมธ. ของโสภณ อาจล้ำเส้นอำนาจรัฐธรรมนูญ
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกาเห็นว่าประธานสภาฯ ใช้อำนาจประสานงาน กมธ. ได้ตามมาตรา 129 แต่ไม่ควรเข้าไปชี้ขาดแทนหรือเพิ่มเงื่อนไขจนกระทบหน้าที่ตรวจสอบ

สิ่งที่ต้องรู้
- วัส ติงสมิตร วิจารณ์แนวปฏิบัติ 35 กมธ. ที่โสภณ ซารัมย์ รับรอง
- ชี้มาตรา 129 ให้อำนาจประสานงาน ไม่ใช่ชี้ขาดแทน กมธ.
- เตือนแยก "การเชิญ" ออกจาก "การเรียก" ตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียก 2568
นายวัส ติงสมิตร ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาและปัจจุบันทำงานเป็นนักวิชาการอิสระ ได้เขียนข้อความลงเฟซบุ๊กเพจ "วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง" ตั้งข้อสังเกตต่อแนวปฏิบัติของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญทั้ง 35 คณะ ที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นชอบไว้ โดยรายงานข่าวระบุว่ามีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 และจุดประเด็นถกเถียงทางกฎหมายมหาชนขึ้นอีกครั้ง ตามรายงานของไทยโพสต์และสยามรัฐ
สาระของแนวปฏิบัติที่ถูกวิจารณ์ประกอบด้วยการจัดลำดับเรื่องเข้าสู่ระเบียบวาระ การขอให้บุคคลมาให้ถ้อยคำซึ่งกำหนดให้ต้องมีมติของที่ประชุมรับรองก่อน รวมถึงวิธีจัดการเมื่อภารกิจของ กมธ. ตั้งแต่สองชุดขึ้นไปทับซ้อนกัน ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 มีการหารือกันระหว่างประธานสภาฯ กับบรรดาประธาน กมธ. สามัญ

ในมุมของนายวัสนั้น มาตรา 129 วรรคสองแห่งรัฐธรรมนูญให้อำนาจประธานสภาฯ ในการกำกับให้ กมธ. ที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันได้ และการวางแนวทางเพื่อไม่ให้ทำงานซ้ำกันก็มีเหตุผลรองรับ แต่ตัวบทมุ่งหมายให้ กมธ. เป็นผู้ร่วมกันดำเนินการ มิได้เปิดช่องให้ประธานสภาฯ เข้าไปบริหารจัดการภายในหรือวินิจฉัยแทน กมธ. ในทุกกรณี ตามรายงานของโพสต์ทูเดย์
สำหรับการบรรจุวาระ นายวัสเห็นว่าประธาน กมธ. ไม่สมควรพลิกมติของที่ประชุม แต่หากกำหนดว่าทุกเรื่องต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมก่อน ก็เท่ากับเพิ่มขั้นตอน ซึ่งต้องตรวจสอบว่าข้อบังคับการประชุมได้ให้อำนาจประธาน กมธ. ในการบรรจุวาระไว้หรือไม่ และเงื่อนไขใหม่นั้นมีกฎหมายรองรับหรือเปล่า

นายวัสยังเน้นว่าต้องแยกให้ชัดระหว่าง "การเชิญ" ที่เป็นการขอความร่วมมือโดยสมัครใจ กับ "การเรียก" ที่อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2568 โดยอำนาจเรียกเป็นของ กมธ. ในฐานะองค์คณะ การบังคับให้การเชิญทุกกรณีต้องผ่านมติโดยไม่ดูวัตถุประสงค์อาจทำให้การทำงานถูกจำกัดเกินความจำเป็น
ข้อสังเกตเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามว่าการจัดระเบียบครั้งนี้จะช่วยสร้างเอกภาพในการตรวจสอบ หรือกลับลดทอนอำนาจตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งคงต้องรอฟังคำชี้แจงจากประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ไทม์ไลน์: โสภณ จัดระเบียบ 35 กมธ.
คุณไม่มีราคาขนาดนั้น! ศุภชัย ฟาด ศิริโชค อย่าสำคัญตัวผิด ยันยื่นสอบกติกา กมธ. ก่อนเรื่องเว็บพนันแนวหน้า · ต้นฉบับศุภชัยแจง 5 ข้อจัดระเบียบประชุม กมธ.ไม่ได้ลดอำนาจการตรวจสอบไทยโพสต์ · ต้นฉบับ"ไอซ์ รักชนก" ฟิวส์ขาด! ฉะอำนาจสีน้ำเงินกินรวบประเทศ ลิดรอน กมธ. ถามกะไม่ให้ใครตรวจสอบได้เลยใช่ไหม?สยามรัฐ · ต้นฉบับ‘ไอซ์’ โวยแหลก! สีน้ำเงินมุ่งทำลายสีอื่นให้สิ้นซาก เอาทุกอำนาจเป็นของตัวเองไทยโพสต์ · ต้นฉบับไอซ์ รักชนก ออกลูกงอแง! ถาม 'สีน้ำเงิน' จะฮุบเบ็ดเสร็จทุกอำนาจเลยหรอแนวหน้า · ต้นฉบับ- วัส ติงสมิตร ตั้งคำถามแนวทางคุม 35 กมธ. ของโสภณ อาจล้ำเส้นอำนาจรัฐธรรมนูญไทยอินโฟ · อ่านข่าวนี้ ›
แหล่งข่าวที่ใช้เรียบเรียง
- ไทยโพสต์‘วัส’ วิเคราะห์ ‘โสภณ’ จัดระเบียบ ‘กมธ.สภา’ ทำเกินอำนาจหรือไม่?
- โพสต์ทูเดย์วัสชี้ประธานสภาฯ คุม กมธ. ได้ แต่ต้องไม่จำกัดอำนาจเกินกฎหมาย
- สยามรัฐ"อดีตผู้พิพากษา" ชวนจับตา! "โสภณ" จัดระเบียบ 35 กมธ. ส่อข้ามเส้นรัฐธรรมนูญ-ทุบอำนาจตรวจสอบ?
ข่าวนี้เรียบเรียงใหม่จากรายงานของสำนักข่าวข้างต้น คลิกเพื่ออ่านต้นฉบับ · วิธีที่เราทำข่าว
























ความคิดเห็น