เอดีเอ็นโอซีชี้สงครามฮอร์มุซทำน้ำมันสำรองโลกร่วงเกือบพันล้านบาร์เรล ดีเซลแพงสุดเป็นประวัติการณ์
เอดีเอ็นโอซีระบุว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเพราะสงคราม ทำให้สำรองน้ำมันโลกลดลงเกือบ 1,000 ล้านบาร์เรล ดีเซลคงเหลือต่ำสุดในรอบ 35 ปี และราคาในหลายตลาดพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สิ่งที่ต้องรู้
- น้ำมันสำรองโลกลดเกือบ 1,000 ล้านบาร์เรล เหตุขนส่งฮอร์มุซสะดุดจากสงคราม
- ดีเซลคงเหลือบางพื้นที่ต่ำสุดรอบ 35 ปี แอลเอ็นจีขาดแคลน 6 แสนล้านลูกบาศก์ฟุต
- ราคาดีเซลหลายตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เสี่ยงดันเงินเฟ้อและค่าครองชีพ
บริษัท อาบูดาบี เนชันแนล ออยล์ (เอดีเอ็นโอซี) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกหายไปเกือบ 1,000 ล้านบาร์เรล หลังการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน ตามรายงานของเดลินิวส์
รายงานระบุว่าโลกกำลังขาดแหล่งสำรองพลังงานที่เคยช่วยรองรับสถานการณ์วิกฤติ ในบางพื้นที่ปริมาณน้ำมันดีเซลคงเหลืออยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 35 ปีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่บางแห่งขาดแคลนก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ถึง 600,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต
ด้านราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในหลายตลาดปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพราะการจัดหาพลังงานหยุดชะงักจากผลของสงคราม และเริ่มเป็นความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อรวมทั้งค่าครองชีพของภาครัฐและผู้บริโภค
สุลต่าน อัล จาเบอร์ ซีอีโอของเอดีเอ็นโอซี กล่าวว่าปัญหาที่ฮอร์มุซสะท้อนว่าโลกต้องมีพื้นที่จัดเก็บน้ำมันมากขึ้น มีกำลังการกลั่นภายในประเทศ และมีเส้นทางขนส่งที่ยืดหยุ่น พร้อมเรียกร้องให้ทั่วโลกเพิ่มขีดความสามารถด้านพลังงาน
แหล่งข่าวที่ใช้เรียบเรียง
ข่าวนี้เรียบเรียงใหม่จากรายงานของสำนักข่าวข้างต้น คลิกเพื่ออ่านต้นฉบับ · วิธีที่เราทำข่าว
























ความคิดเห็น