ชมพู่ อารยา แจงดราม่าโกคาร์ต น้องพายุ ยังมีไฟ เตรียมวางแผนลงสนามต่อ
ชมพู่ อารยา เผยครั้งแรกหลังดราม่าแข่งโกคาร์ตของ น้องพายุ ที่เข้าเส้นชัยที่หนึ่งแต่ไม่ได้ขึ้นโพเดียมเพราะถูกประท้วงเรื่องเทคนิค ยันลูกไม่หมดแพสชัน

สิ่งที่ต้องรู้
- น้องพายุ เข้าเส้นชัยที่หนึ่งแต่ไม่ได้ขึ้นโพเดียมหลังถูกประท้วงเรื่องเทคนิค
- ชมพู่ ยืนยันลูกยังมีไฟ เตรียมวางแผนลงสนามต่อ
- ชมพู่ รับคนเป็นแม่รู้สึกหนักกว่าลูกเมื่อเกิดเรื่อง
ชมพู่ อารยา นักแสดงชื่อดัง เปิดใจเป็นครั้งแรกถึงกรณีที่เป็นกระแสในการแข่งขันโกคาร์ตของ น้องพายุ บุตรชาย ซึ่งเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่งในศึก Super Kart Thailand สนามที่ 3 รุ่น Cadet-B ทว่าถูกประท้วงประเด็นทางเทคนิคเรื่องเสื้อสูบเครื่องยนต์ จึงไม่ได้ขึ้นรับถ้วยบนโพเดียม ตามรายงานของมติชน บันเทิง และข่าวสด
การให้สัมภาษณ์เกิดขึ้นระหว่างที่เธอมาร่วมงานเปิดแคมเปญ “A Celebration of Wonders 2027” บริเวณ Central Court (ลิฟต์แก้ว) ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยเธอมองว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนที่สามารถเกิดขึ้นได้ในวงการ motorsport และทุกอย่างที่ผ่านมานั้นย่อมมีด้านดี

ชมพู่ อารยา กล่าวว่าหัวใจของคนเป็นแม่ย่อมหนักกว่าลูก และยอมรับว่าครอบครัวได้รับผลกระทบทางอารมณ์จากเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันชัดเจนว่า น้องพายุ ยังคงมีความมุ่งมั่นกับกีฬาแข่งรถและไม่หมดแพสชัน
ส่วนแผนการลงแข่งในปีหน้า เธอบอกว่ายังต้องหารือและวางแผนร่วมกันอีกครั้ง ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะลงสนามรายการใดบ้าง

ในงานเดียวกันนี้ ชมพู่ อารยา ยังตอบคำถามถึงกระแสเพลง “กุ๊กกู๋” ของ น้องเกล และที่มาของชื่อวง วงศ์เศวต ว่าเป็นชื่อที่ชาวเน็ตตั้งให้ ไม่ได้มีที่มาซับซ้อน และเป็นการทำคอนเทนต์ที่จริงจังขึ้นโดยมีมืออาชีพเข้ามาช่วยดูแล
นอกจากนี้ เธอยังถูกถามถึงประเด็นการบริจาคเงินให้องค์กรทำดีซึ่งกำลังมีกระแสตั้งคำถามเรื่องความไม่โปร่งใส และได้ตอบคำถามดังกล่าวภายในงานเช่นกัน


แหล่งข่าวที่ใช้เรียบเรียง
- มติชน บันเทิงชมพู่ เปิดใจดราม่าโกคาร์ต ยัน ‘น้องพายุ’ โอเค ไม่หมดแพชชั่น ตอบปมบริจาคเงินให้องค์กรทำดี
- ข่าวสด“ชมพู่” เปิดใจดราม่าโกคาร์ต รับลูกเจ็บพ่อแม่รู้สึกยิ่งกว่า ยัน “น้องพายุ” ไม่หมดแพสชัน เตรียมลุยสนามต่อไป
- ข่าวสด บันเทิง“ชมพู่” เปิดใจดราม่าโกคาร์ต รับลูกเจ็บพ่อแม่รู้สึกยิ่งกว่า ยัน “น้องพายุ” ไม่หมดแพสชัน เตรียมลุยสนามต่อไป
ข่าวนี้เรียบเรียงใหม่จากรายงานของสำนักข่าวข้างต้น คลิกเพื่ออ่านต้นฉบับ · วิธีที่เราทำข่าว
























ความคิดเห็น