มหาดไทยเพิกถอนสัญชาติ ‘แรบไบโยเซฟ’ ผู้นำเครือข่ายชาบัดในไทย
อนุทิน ชาญวีรกูล ลงนามประกาศเพิกถอนสัญชาติไทยของนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ หรือ 'แรบไบโยเซฟ' ผู้นำชุมชนยิวและประธานเครือข่ายชาบัดในประเทศไทย เมื่อ 28 ตุลาคม 2569 ท่ามกลางการสอบสวนขบวนการนอมินีของ DSI

สิ่งที่ต้องรู้
- อนุทินลงนามเพิกถอนสัญชาติไทยของแรบไบโยเซฟ เมื่อ 28 ต.ค. 2569
- นายแคนเตอร์เป็นผู้นำเครือข่ายชาบัดในไทยและเริ่มรับรองอาหารโคเชอร์
- DSI กำลังกวาดล้างขบวนการนอมินีครั้งใหญ่ในประเทศไทย
กระทรวงมหาดไทยออกประกาศเพิกถอนสัญชาติไทยของนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ หรือที่รู้จักในชื่อ “แรบไบโยเซฟ” ผู้นำชุมชนชาวยิวและประธานเครือข่ายชาบัด (Chabad-Lubavitch) ในประเทศไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ลงนามในประกาศเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ตามรายงานของแนวหน้า
การเพิกถอนสัญชาติครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังดำเนินการกวาดล้างขบวนการ “นอมินี” ครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อทั้งวงการความมั่นคงและเศรษฐกิจของไทยในสัปดาห์นี้
นายแคนเตอร์มีสัญชาติอเมริกันและเกิดที่ประเทศออสเตรเลีย เขาเดินทางเข้าประเทศไทยพร้อมภรรยาเมื่อปี 2536 เพื่อทำหน้าที่เป็นแรบไบ และเปิดชาบัดเฮาส์แห่งแรกในไทยที่ถนนพระอาทิตย์เมื่อปี 2537 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวยิวและชาวอิสราเอล
นอกจากบทบาททางศาสนา นายแคนเตอร์ยังเป็นผู้เริ่มต้นการรับรองมาตรฐานอาหารโคเชอร์ให้กับโรงงานและผู้ผลิตอาหารในประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ธุรกิจและการดำเนินงานด้านศาสนาของเขาเติบโตขึ้นเป็นเครือข่ายมูลค่าหลายพันล้านบาท
เส้นทางสู่การได้สัญชาติไทยของนายแคนเตอร์เกิดขึ้นในฐานะนักลงทุน และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เชื่อมโยงตั้งแต่การก่อตั้งเครือข่ายชาบัดไทย ไปจนถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติในประเทศไทย
ทั้งนี้ การเพิกถอนสัญชาติเป็นการดำเนินการทางปกครอง ยังไม่ถือเป็นคำพิพากษาว่านายแคนเตอร์กระทำความผิด และการสอบสวนของ DSI เกี่ยวกับขบวนการนอมินียังอยู่ในระหว่างดำเนินการ
ไทม์ไลน์: เพิกถอนสัญชาติแรบไบโยเซฟ
มหาดไทยเพิกถอนสัญชาติ ‘แรบไบโยเซฟ’ ผู้นำเครือข่ายชาบัดในไทยไทยอินโฟ · อ่านข่าวนี้ ›- ‘ยิวโจเซฟ’ : ในเงา ‘แรบไบ-ชาบัด’แนวหน้า · ต้นฉบับ
แหล่งข่าวที่ใช้เรียบเรียง
ข่าวนี้เรียบเรียงใหม่จากรายงานของสำนักข่าวข้างต้น คลิกเพื่ออ่านต้นฉบับ · วิธีที่เราทำข่าว

























ความคิดเห็น