ไฟไหม้สร้อยพระศอพญาศรีสัตตนาคราช นครพนม กล้องจับภาพพระ-เณรจุดพลุ
เพลิงลุกไหม้สร้อยพระศอองค์พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์กริมโขงนครพนมราวตี 4 กล้องวงจรปิดพบพระสงฆ์กับเณรจุดพลุใกล้เศียรองค์แล้วขับรถออกไป เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัว

สิ่งที่ต้องรู้
- เพลิงไหม้สร้อยพระศอพญาศรีสัตตนาคราช นครพนม ราวตี 4 วันที่ 28 ต.ค. 2569
- กล้องจับภาพพระสงฆ์ 2 รูปจุดพลุใกล้เศียรองค์แล้วขับรถออกไป
- องค์พญานาคทองเหลืองไม่เสียหาย มีเพียงคราบเขม่า เตรียมขัดทำความสะอาด
เพลิงไหม้เครื่องประดับลำคอขององค์พญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กศักดิ์สิทธิ์ติดถนนสุนทรวิจิตร ริมฝั่งแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เกิดขึ้นเมื่อเวลาราว 04.00 น. ของวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ตามรายงานของสยามรัฐ
จากภาพกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่พบว่าก่อนเกิดเหตุมีบุคคลแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ 2 รูป มาด้วยรถกระบะสีแดง จอดข้างองค์พญานาค จากนั้นได้ทำพิธีบวงสรวงและจุดพลุดอกไม้ไฟหลายดอกในบริเวณใกล้เศียรองค์ ซึ่งคาดว่าเป็นไปตามความเชื่อทางศาสนา

สะเก็ดไฟกระเด็นไปติดพวงมาลัยและสร้อยพระศอที่ทำจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย และลูกปัดตกแต่ง จึงลุกไหม้อย่างรวดเร็วจนเสียหายทั้งหมด ประเมินมูลค่าไว้ราว 30,000-100,000 บาท ขณะที่องค์พญานาคซึ่งหล่อด้วยทองเหลืองยังแข็งแรงดี มีเพียงคราบเขม่าควันติดผิว
หลังเกิดเหตุทั้งสองคนได้ขับรถออกจากพื้นที่ คาดว่าตกใจและกลัวความผิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นโทรแจ้งศูนย์วิทยุ 191 และรถดับเพลิงของงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สังกัดเทศบาลเมืองนครพนม เข้าควบคุมเพลิงได้ในเวลาต่อมา

นายวัฒนศักดิ์ เจียวิริยบุญญา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนม พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจความเสียหาย และเตรียมขัดผิวทองเหลืองขององค์พญานาคให้กลับมาสวยงามดังเดิม ก่อนอัญเชิญสร้อยพระศอเส้นใหม่มาถวายทดแทน
นายประเสริฐ นวลทิม ผู้ดูแลองค์พญาศรีสัตตนาคราช มองว่าเหตุครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุ ไม่น่าจะมีผู้จงใจทำลาย ส่วนตำรวจกำลังตรวจภาพกล้องวงจรปิดรอบพื้นที่และรถกระบะสีแดงที่ขับผ่านในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อหาตัวผู้เกี่ยวข้องและสรุปสาเหตุที่แท้จริง
แหล่งข่าวที่ใช้เรียบเรียง
- สยามรัฐเร่งไล่กล้องวงจรปิดตามตัวผู้จุดพลุ ทำไฟไหม้สร้อยพระศอพญาศรีสัตตนาคราช
- แนวหน้าระทึกนครพนม! ไฟไหม้สร้อยพระศอ ‘พญาศรีสัตตนาคราช’ วงจรปิดแฉพระ-เณรจุดพลุใส่
- เดลินิวส์ช็อกสายมู! สร้อยพระศอพญาศรีสัตตนาคราชถูกไฟไหม้วอด ตร.เร่งหาสาเหตุ
ข่าวนี้เรียบเรียงใหม่จากรายงานของสำนักข่าวข้างต้น คลิกเพื่ออ่านต้นฉบับ · วิธีที่เราทำข่าว






















ความคิดเห็น