สธ.ลุยตรวจช่องโหว่ขั้นตอนแจ้งเกิดโรงพยาบาลเอกชน ปมขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ สวมสัญชาติ
รัฐมนตรีสาธารณสุขสั่งทบทวนกระบวนการแจ้งเกิดหลังพบเด็กสวมสิทธิอายุถึง 27 ปี ขณะที่ปฏิบัติการเฟส 3 ออกหมายจับแล้ว 46 หมาย พบเด็กต้องสงสัย 1,483 ราย

สิ่งที่ต้องรู้
- สธ.สั่งทบทวนขั้นตอนแจ้งเกิดในโรงพยาบาลหลังพบช่องโหว่
- ศาลอนุมัติหมายจับ 46 หมาย พบเด็กต้องสงสัย 1,483 ราย
- DNA 24 รายชี้ชายไทยที่อ้างเป็นบิดาไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมว่า กรณีเครือข่ายสวมสิทธิสัญชาติไทยด้วยวิธีจ้างชายไทยรับเป็นบิดาเท็จ ซึ่งมีทั้งข้าราชการและพนักงานของโรงพยาบาลเอกชนเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าผู้ที่ถูกสวมสิทธิซึ่งมีอายุ 27 ปี ได้รับการแจ้งเกิดเมื่อ 27 ปีก่อนจริงหรือไม่ หากยืนยันได้ก็ต้องเดินหน้าตามกฎหมาย พร้อมทั้งหาจุดอ่อนในขั้นตอนของโรงพยาบาลมาปิดช่อง เพราะการจดทะเบียนแรกเกิดเชื่อมโยงทั้งงานด้านการแพทย์ภายใต้กระทรวงสาธารณสุขและงานปกครองของกระทรวงมหาดไทย
ความคืบหน้าล่าสุดมาจากปฏิบัติการ 'ตัดบทพ่อทิพย์' เฟส 3 ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกรมการปกครองและชุดปฏิบัติการ DOPA N.I.C.E. โดยศาลอนุมัติหมายจับรวม 46 หมาย ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล มารดาต่างด้าว ชายไทยที่รับเป็นบิดาเท็จ บิดาต่างด้าวตัวจริง และกลุ่มเด็กที่ได้สัญชาติโดยมิชอบ

ต้นทางของคดีเริ่มจากการสืบสวนแล้วพบความผิดปกติในทะเบียนราษฎร กล่าวคือ กลุ่มหญิงต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนได้จ้างชายไทยให้จดทะเบียนสมรสหรือรับรองบุตรที่เกิดในโรงพยาบาลเอกชน เพื่อให้เด็กได้สัญชาติไทยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐและบุคลากรของโรงพยาบาลให้ความร่วมมือ จากการขยายผลพบเด็กที่ต้องสงสัยมากถึง 1,483 ราย กระจายอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลรัฐรวม 8 แห่ง
ในเฟสนี้ เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่าง DNA ของเด็กเป้าหมาย 24 ราย ส่งตรวจเทียบกับชายไทยที่ปรากฏชื่อเป็นบิดาในสูติบัตร ผลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าชายไทยที่อ้างตัวเป็นพ่อทั้ง 24 รายไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกับเด็กแม้แต่คู่เดียว นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 24 ราย

ด้านนายปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวชื่นชมผลการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ระบุว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมาพบกรณีต้องสงสัยสวมสัญชาติสะสมถึงหลักหมื่นราย และการทำงานเชิงรุกยังติดปัญหางบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล จนเจ้าหน้าที่ต้องสำรองจ่ายเอง จึงเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสำหรับการตรวจ DNA
ขณะเดียวกัน ภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แจ้งว่าได้หารือกับนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเดินทางไปมอบนโยบายที่สำนักงาน ป.ป.ท. ในสัปดาห์หน้า เพื่อกำกับให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบทะเบียนราษฎรปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ส่วนการสาวถึงผู้อยู่เบื้องหลังยังอยู่ในขั้นสืบสวนและยังไม่เปิดเผยรายละเอียด
ไทม์ไลน์: ขบวนการพ่อทิพย์สวมสิทธิสัญชาติไทย
สธ.ลุยตรวจช่องโหว่ขั้นตอนแจ้งเกิดโรงพยาบาลเอกชน ปมขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ สวมสัญชาติไทยอินโฟ · อ่านข่าวนี้ ›สธ.ลุยตรวจสอบทั้งกระบวนการปม รพ.เอกชน เอี่ยวแก๊งพ่อทิพย์กรุงเทพธุรกิจ · ต้นฉบับรมว.สธ.สั่งสบส.ตรวจสอบทั้งกระบวนการปม รพ.เอกชน เอี่ยวแก๊งพ่อทิพย์Hfocus · ต้นฉบับขบวนการ 'พ่อไทยทิพย์' กุมารจีนสวมสิทธิคนไทย อึ้งเรียนจบหมอ-วิศวะสปริงนิวส์ · ต้นฉบับปิยรัฐ จี้รบ.หนุนงบตรวจ DNA ทลายแก๊ง‘พ่อไทยทิพย์’ อย่าแถลงตีกินผลงาน แต่ปล่อยจนท.สำรองเงินจ่ายเองมติชน · ต้นฉบับ- ภราดร สั่ง ป.ป.ท. สอบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ สวมสิทธิ์สัญชาติไทย พบทะเบียนบ้านเดียวมีชื่อ 200 คน แฉรับจ้างสมรส-หย่าอำพราง 9 พันบาทTHE STANDARD · ต้นฉบับ
แหล่งข่าวที่ใช้เรียบเรียง
- กรุงเทพธุรกิจสธ.ลุยตรวจสอบทั้งกระบวนการปม รพ.เอกชน เอี่ยวแก๊งพ่อทิพย์
- สปริงนิวส์ขบวนการ 'พ่อไทยทิพย์' กุมารจีนสวมสิทธิคนไทย อึ้งเรียนจบหมอ-วิศวะ
- มติชนปิยรัฐ จี้รบ.หนุนงบตรวจ DNA ทลายแก๊ง‘พ่อไทยทิพย์’ อย่าแถลงตีกินผลงาน แต่ปล่อยจนท.สำรองเงินจ่ายเอง
- THE STANDARDภราดร สั่ง ป.ป.ท. สอบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขบวนการ ‘พ่อทิพย์’ สวมสิทธิ์สัญชาติไทย พบทะเบียนบ้านเดียวมีชื่อ 200 คน แฉรับจ้างสมรส-หย่าอำพราง 9 พันบาท
ข่าวนี้เรียบเรียงใหม่จากรายงานของสำนักข่าวข้างต้น คลิกเพื่ออ่านต้นฉบับ · วิธีที่เราทำข่าว


























ความคิดเห็น