Binance จัดหาเงินชดเชยเหรียญที่ถูกแฮกได้แล้ว 90% เตรียมเปิดถอนทรัพย์สิน 1 พ.ย. นี้
Binance ระบุว่าหาเงินมาชดเชยความเสียหายจากการถูกแฮกได้ราว 90% โดยเหรียญยอดนิยมสิบอันดับแรกได้ครบ 100% แล้ว และจะเริ่มให้ผู้ใช้ถอนทรัพย์สินได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2569

สิ่งที่ต้องรู้
- Binance หาเงินชดเชยความเสียหายจากการถูกแฮกได้ราว 90%
- เหรียญยอดนิยมสิบอันดับแรกชดเชยครบ 100% แล้ว
- ผู้ใช้ถอนทรัพย์สินได้ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2569
Binance เปิดเผยความคืบหน้าหลังระบบถูกเจาะและมีคริปโทเคอร์เรนซีถูกโอนออกไปว่า บริษัทจัดหาสินทรัพย์มาชดเชยได้แล้วประมาณ 90% ของมูลค่าความเสียหาย และยืนยันกำหนดเดิมว่าจะเริ่มให้ผู้ใช้งานถอนทรัพย์สินได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ตามรายงานของ Blognone
บริษัทระบุว่าเหรียญที่ได้รับความนิยมสิบอันดับแรก ซึ่งประกอบด้วย BTC, ETH, USDT, BNB, SOL, USDC, XRP, USD1, RLUSD และ ZEC มีสินทรัพย์หนุนหลังครบ 100% แล้ว โดย Binance ยืนยันว่าจะเป็นฝ่ายแบกรับผลกระทบทางการเงินจากเหตุการณ์ครั้งนี้เอง ผู้ใช้งานจะไม่ต้องรับภาระ

โทเคนที่ยังเหลืออีกราว 10% อยู่นอกกลุ่มสิบอันดับแรกและมีสภาพคล่องในการซื้อขายค่อนข้างต่ำ บริษัทจะทยอยเข้าซื้อผ่านตลาดปกติและช่องทางซื้อขายนอกตลาด (OTC) ไปเรื่อย ๆ จนกว่ามูลค่าที่ชดเชยจะครบทั้งหมด
เงินที่นำมาใช้ชดเชยมาจากสามทาง คือกองทุนฉุกเฉิน SAFU บางส่วน ซึ่งบริษัทให้คำมั่นว่าจะเติมกลับให้กลับไปอยู่ที่ราว 1,000 ล้านดอลลาร์ กองทุนประกันของตลาดฟิวเจอร์ส โดยใช้เฉพาะส่วนที่เกินกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องดำรงไว้ และเงินของบริษัทเอง
สื่อรายงานมูลค่าความเสียหายไม่ตรงกัน โดย THE STANDARD ระบุว่ามีโทเคนราว 6.3 พันล้านดอลลาร์ถูกขโมยออกจากกระเป๋า Hot Wallet ขณะที่ Blognone ระบุตัวเลขการถ่ายโอนเหรียญออกไปรวม 5.7 พันล้านดอลลาร์
เหตุการณ์นี้ถูกจัดว่าเป็นการโจรกรรมคริปโทครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ ยังไม่ชัดเจนว่าผู้โจมตีเจาะระบบได้อย่างไร แต่มีรายงานว่ามีร่องรอยเชื่อมโยงไปยังเกาหลีเหนือ
แหล่งข่าวที่ใช้เรียบเรียง
- BlognoneBinance อัปเดตสถานะ ชดเชยความเสียหายแล้ว 90% - 10 เหรียญหลักชดเชยครบแล้ว
- THE STANDARDBinance ชดเชยแล้ว 90% ของมูลค่าความเสียหายจากการแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์ เตรียมเปิดถอนเงินวันที่ 1 พ.ย. นี้
- เดลินิวส์Binance ชดเชยความเสียหาย ล่าสุดหากองทุนโปะคืนแล้ว 90%
ข่าวนี้เรียบเรียงใหม่จากรายงานของสำนักข่าวข้างต้น คลิกเพื่ออ่านต้นฉบับ · วิธีที่เราทำข่าว





























ความคิดเห็น