ดาวโจนส์ปิดบวก 213.67 จุด น้ำมันลง-บอนด์ยีลด์อ่อน ช่วยพยุงตลาด แต่ Nasdaq ร่วงกว่า 1%
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ดัชนีดาวโจนส์ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีถูกเทขายจนนาสแดคปิดลบเกิน 1%

สิ่งที่ต้องรู้
- ดาวโจนส์ปิดบวก 213.67 จุด จากราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์ที่ลดลง
- Nasdaq ปิดลบเกิน 1% เหตุหุ้นเทคโนโลยีถูกเทขาย
- จับตาการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และตัวเลขจ้างงาน 6 พ.ย.
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดซื้อขายเมื่อวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 213.67 จุด ปัจจัยหนุนหลักมาจากราคาน้ำมันที่ลดลงและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อ่อนตัว ซึ่งช่วยลดความกังวลของนักลงทุนเรื่องภาระต้นทุนพลังงานและทิศทางดอกเบี้ย ตามรายงานของสยามรัฐ
แม้ดาวโจนส์จะปิดบวก แต่บรรยากาศโดยรวมยังถูกฉุดจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ทำให้ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ โดย Nasdaq ลดลงเกิน 1% สะท้อนมุมมองการลงทุนที่ต่างกันในตลาดสหรัฐฯ และนักลงทุนยังหวั่นไหวต่อการเคลื่อนไหวของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่

สัปดาห์นี้นักลงทุนให้ความสนใจการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ โดยรัฐจอร์เจีย อินเดียนา เคนทักกี เซาท์แคโรไลนา เวอร์จิเนีย และเวอร์มอนต์ จะเริ่มนับคะแนนเป็นกลุ่มแรกในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน เวลา 19.00 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเช้าวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน เวลา 07.00 น. ตามเวลาไทย
ผลเลือกตั้งครั้งนี้จะบอกได้ว่าพรรคเดโมแครตจะแย่งเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้หรือไม่ ผลสำรวจชี้ว่าเดโมแครตมีโอกาสชนะในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนวุฒิสภายังไม่ชัดเจน ทั้งที่ผ่านมาสองปีแรกของวาระทรัมป์ พรรครีพับลิกันถือเสียงข้างมากในทั้งสองสภา

อีกปัจจัยที่ต้องจับตาคือตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งจะเปิดเผยวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน นักวิเคราะห์คาดว่าตำแหน่งงานจะเพิ่ม 63,000 ตำแหน่งในเดือนตุลาคม หลังเพิ่มเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายน และคาดอัตราว่างงานเดือนตุลาคมทรงตัวที่ 4.2% ข้อมูลนี้ใช้ประเมินตลาดแรงงานและแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
แหล่งข่าวที่ใช้เรียบเรียง
- ฐานเศรษฐกิจดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 213 จุด รับอานิสงส์น้ำมันร่วง-บอนด์ยีลด์ลด
- สยามรัฐดาวโจนส์ปิดบวก 213.67 จุด รับแรงหนุนน้ำมันร่วง-บอนด์ยีลด์ลด สวนทาง Nasdaq ดิ่งกว่า 1%
ข่าวนี้เรียบเรียงใหม่จากรายงานของสำนักข่าวข้างต้น คลิกเพื่ออ่านต้นฉบับ · วิธีที่เราทำข่าว


























ความคิดเห็น