น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง 2.40 ดอลลาร์ หลังเหตุโจมตีเรือในอ่าวเปอร์เซียยังต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปิดที่ 90.52 ดอลลาร์/บาร์เรล จากความกังวลอุปทานสะดุด หลังมีรายงานเรือถูกโจมตีในอ่าวเปอร์เซียอย่างต่อเนื่อง และตลาดจับตาความเสี่ยงสงครามกับอิหร่าน

สิ่งที่ต้องรู้
- WTI ปิดที่ 90.52 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ หรือ 2.72%
- เบรนท์ปิดที่ 98.29 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.67 ดอลลาร์ หรือ 3.88%
- UKMTO: ตั้งแต่ 1 พ.ย. มีเรือถูกโจมตีอย่างน้อย 5 ลำ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์กปิดปรับขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน หลังมีรายงานเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลว่าอุปทานอาจหยุดชะงัก ขณะที่นักลงทุนกลับมาพิจารณาความเป็นไปได้ที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลจะเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านอีกครั้ง ตามรายงานของ InfoQuest 财经
สัญญา WTI ส่งมอบเดือนธันวาคม ปรับขึ้น 2.40 ดอลลาร์ คิดเป็น 2.72% ปิดที่ 90.52 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 3.67 ดอลลาร์ หรือ 3.88% ปิดที่ 98.29 ดอลลาร์/บาร์เรล

สำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานว่า ตั้งแต่Sundayที่ 1 พฤศจิกายน มีเรือถูกโจมตีอย่างน้อย 5 ลำ ส่วนตลอดเดือนตุลาคมพบเรือถูกโจมตีมากถึง 35 ลำ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้
นักวิเคราะห์จากบริษัท Lipow Oil Associates กล่าวว่า รายงานเหตุเรือบรรทุกน้ำมันชนทุ่นระเบิดในตะวันออกเป็นปัจจัยหนุนราคา ขณะที่ตลาดยังจับตาท่าทีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านอย่างใกล้ชิด
แหล่งข่าวที่ใช้เรียบเรียง
ข่าวนี้เรียบเรียงใหม่จากรายงานของสำนักข่าวข้างต้น คลิกเพื่ออ่านต้นฉบับ · วิธีที่เราทำข่าว




















ความคิดเห็น