น้ำมันดิบพุ่งจากเหตุเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในตะวันออกกลาง ทองคำปิดบวก วอลล์สตรีทปิดลบ
สัญญาน้ำมันดิบสหรัฐและเบรนท์ปรับขึ้นแรงหลังมีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาทองคำแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าสองสัปดาห์ และตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ

สิ่งที่ต้องรู้
- ไลต์สวีตครูดส่งมอบธันวาคมปิดที่ 90.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- เบรนท์ส่งมอบมกราคมปิดที่ 98.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ทองคำฟิวเจอร์สส่งมอบธันวาคมเพิ่ม 1.0%
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างชัดเจนในวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน ตามรายงานของเอ็มจีอาร์ ออนไลน์ โดยสัญญาไลต์สวีตครูดส่งมอบธันวาคมของตลาดนิวยอร์กบวก 2.40 ดอลลาร์ อยู่ที่ 90.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เบรนท์ส่งมอบมกราคมของตลาดลอนดอนเพิ่ม 3.67 ดอลลาร์ อยู่ที่ 98.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตัวขับเคลื่อนหลักมาจากข่าวเรือบรรทุกน้ำมันแล่นชนทุ่นระเบิดหรือถูกโดรนโจมตีในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ตลาดกังวลเรื่องอุปทานจากภูมิภาคนี้ แอนดี ลิโพว์ นักวิเคราะห์จากลิโพว์ ออยล์ แอสโซซิเอทส์ กล่าวว่ารายงานเหตุการณ์ดังกล่าวยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดอย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนยังติดตามท่าทีของอิหร่านซึ่งยืนยันจุดยืนเดิมในการเจรจากับสหรัฐฯ ด้านราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์สส่งมอบธันวาคมเพิ่มขึ้น 1.0% แตะระดับสูงสุดในรอบกว่าสองสัปดาห์
การอ่อนค่าของดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงราคาน้ำมันที่ลดลงก่อนหน้านี้ ช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและหนุนทองคำ ส่วนตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดลบ โดยดาวโจนส์และแนสแดคดิ่งลงเกินกว่าพันจุด จากความวิตกที่พรรคเดโมแครตอาจออกมาตรการเข้มงวดกับธุรกิจเอไอ
แหล่งข่าวที่ใช้เรียบเรียง
ข่าวนี้เรียบเรียงใหม่จากรายงานของสำนักข่าวข้างต้น คลิกเพื่ออ่านต้นฉบับ · วิธีที่เราทำข่าว


















ความคิดเห็น